ตอนที่ 10 เดินหน้า เดินถอยหลัง เดินเป็นวงกลม ขยายตัวออก
การเดินหน้าเดินถอนหลังเดินเป็นวงกลม คือการสร้างทำให้เกิดกระบวนการให้ได้นำมาเปรียบเทียบในความสามารถ คือสิ่งที่มีอยู่ภายในตัวของผู้แต่ง
การเดินหน้า ก็คือการเดินไปข้างหน้าของการสร้างทำวางใส่คอร์ดให้ได้เกิดการ ไหลลื่นได้ดีหรือการเดินไปข้างหน้าด้วยการแต่งข้อมูลสร้างคิดทำขึ้นมาใหม่ให้ได้เกิดขึ้นเป็นบทเพลง คือการแต่งเพลงก็ย่อมต้องการให้เกิดการไหลลื่นของการใช้คำภาษาให้ได้ดีด้วยเช่นกัน การเดินไปข้างหน้าด้วยกระบวนการที่เป็นโครงสร้างของคอร์ด
การเดินไปข้างหน้าด้วยกระบวนการที่เป็นโครงสร้างของทำนอง
การเดินไปข้างหน้าด้วยกระบวนการที่เป็นโครงสร้างของเนื้อหาข้อมูล
จากโครงสร้างในของสามสิ่งนี้จะถูกทับซ้อนกันและจะมีกระบวนการกรรมวิธีที่เหมือนกันเพื่อใช้เป็นการเดินไปข้างหน้าด้วยเงื่อนไขให้เกิดได้ยึดเป็นหลักตายตัวให้พึงเสมอว่าด้วยเรื่องของการระบายไหลลื่นให้ได้เข้ากลมกลืนกันในสามสิ่งนี้อย่างพร้อมๆกัน ความสะอาด ความสวยงาม ความไพเราะ
ก็อาจจะถูกทับซ้อนซ่อนอยู่ให้ได้รู้สึกว่าสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นตรึกติดตามมาด้วยเช่นกัน ผู้แต่งจะมีวิธีการเดินไปข้างหน้าด้วยเทคนิคที่อาจจะแตกต่างกันบ้างไม่เหมือนกันบ้างตามแต่ในสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาจากข้างในของผู้แต่ง
แต่จะมีการต้องไปข้างหน้าเป็นสิ่งที่คล้ายเหมือนกัน การเดินไปข้างหน้าของผู้แต่งอาจจะสะท้อนด้วยเอกลักษณ์ให้ได้ออกมาเป็นที่โดดเด่นด้วยกลิ่นอายของเสียงที่เป็นเฉพาะให้เกิดเป็นทางหรือเป็นแนวทางที่ผู้แต่งได้ปูทางสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดการเดินไปข้างหน้าอย่างที่ไม่เหมือนใครหรือไม่ซ้ำแบบแนวทางของใครนั่นเอง
บางครั้งการสร้างแนวทางให้เป็นเอกลักษณ์ไว้ในการเดินไปข้างหน้าของผู้แต่งอาจได้สร้างสิ่งให้เกิดความรู้สึกที่คุ้นเคยเป็นสิ่งให้รู้สึกถึงการจดจำในรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ว่าแนวทางเช่นนี้เป็นวิถีทางในแนวทางของผู้แต่งคนใดการสร้างแนวทางเช่นนี้อาจถือได้ว่าผู้แต่งใช้ในสิ่งที่เป็นจิตวิทยาขึ้นมาเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของทางในแนวลักษณะที่จดจำได้ง่ายคุ้นเคยได้ง่ายหากเกิดการจดจำได้ง่ายคุ้นเคยได้ง่ายแล้วก็จะเกิดการเป็นที่เข้าใจด้วยความรู้สึกเป็นที่ยอมรับกันได้ง่ายและรวดเร็วคือเกิดความรู้สึกคุ้นหูคุ้นตาในลักษณะแนวทางที่เดินไปข้างหน้าที่จะประสบความสำเร็จให้กับผู้แต่งเอง การคลี่คลายในสิ่งที่ทับซ้อนกันคือ ทางของคอร์ด
ทางของทำนอง ทางของเนื้อหาคำร้อง
สามสิ่งนี้ก่อนที่จะถูกนำมาทับซ้อนรวมเข้าด้วยกันให้ได้เกิดความไพเราะได้นั้นผู้แต่งอาจได้สร้างใช้กรรมวิธีการเรียบเรียงเบื้องต้นไว้คร่าวๆเพื่อให้เกิดการเป็นไป คือทำในสิ่งให้เกิดขึ้นไปข้างหน้าทีละขั้นตอนทีละตัวคอร์ดทีละประโยคเนื้อหาคำร้องทีละส่วนท่อนอาจจะเกิดขึ้นมาคราวละพร้อมๆกันก็เป็นไป
การเดินถอยหลัง ผู้แต่งอาจได้ใช้การเดินถอยหลังเป็นองค์ประกอบพื้นฐานคือทฤษฎีเบื้องต้นอย่างง่ายๆซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าการเดินไปข้างหน้าโดยการใช้ตัวเลขนับ
หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด และการเดินถอยหลังกลับไปโดยการนับ เจ็ด หก ห้า สี่
สาม สอง หนึ่ง อาจได้คุ้นเคยกันดี
และการเดินไปข้างหน้าด้วยการใช้ภาษาคือ เอ บี ซี ดี อี เอฟ จี
และการเดินถอยหลังกลับไปคือ จี เอฟ อี ดี ซี บี เอ การเดินถอยหลังของผู้แต่งจะใช้เดินอย่างเช่นนี้โดยใช้เฉพาะการวางใส่คอร์ดและการแต่งท่วงทำนองคือสองสิ่งนี้เท่านั้น เพราะการเดินถอยหลังไม่สามารถนำมาใช้กับการแต่งเนื้อหาข้อมูลคำร้องได้ให้คัดตัดออกไปก็จะเหลือไว้อยู่สองสิ่งคือการวางใส่คอร์ดกับการแต่งท่วงทำนอง คือจะเป็นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นอยู่ในใจในความคิดของผู้แต่งให้ได้ใช้วิธีการเดินถอยหลังอย่างไรเพื่อให้เกิดการไหลลื่นได้อย่างสวยงามหรือผู้แต่งมีวิธีสร้างการเดินถอยหลังเป็นเช่นไรเพื่อให้เกิดความสวยงามนั่นเอง
การเดินถอยหลังหากเดินได้สวยงามมีสีสันมีลักษณะเกิดเป็นเอกลักษณ์ก็ย่อมถือว่าผู้แต่งได้เดินถอยหลังเป็นอย่างดีซึ่งถือว่าการเดินถอยหลังให้ได้ดีเกิดความสวยงามนี้เป็นการยากกว่าการเดินไปข้างหน้า
เพราะการเดินไปข้างหน้าเป็นสิ่งที่ปกติซึ่งทำได้ง่ายกว่าแต่การเดินถอยหลังเป็นสิ่งที่อาจจะยากกว่าเพราะเป็นเรื่องของการผิดปกติแปลกไปจากธรรมชาตินั่นเองแต่ก็ย่อมเป็นเรื่องที่ควรต้องมีขึ้นอยู่ในใจของผู้แต่งว่าควรจะเดินถอยหลังอย่างไรให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงามขึ้นทำให้คุ้นเคยจดจำได้ง่ายขึ้นทำในสิ่งที่ยากต่อการขับเคลื่อนให้เกิดการ
ไหลลื่นที่ไม่ติดขัดต่อความรู้สึกของผู้แต่งเอง
การสร้างแนวทางการเดินไปข้างหน้าและการเดินถอยหลังด้วยการวางใส่คอร์ดให้เกิดเป็นการรวมเข้าด้วยกันกลมกลืนอย่างสัมพันธ์กันมีทั้งการเดินไปข้างหน้าและมีทั้งการเดินถอยหลังรวมอยู่ภายในท่อนเดียวกันและสร้างแนวทางของท่วงทำนองก็เกิดเป็นเช่นอย่างนี้ได้ด้วยเหมือนกันคือในหนึ่งท่อนจะเกิดมีท่วงทำนองที่เดินไปข้างหน้าและมีท่วงทำนองที่เดินไปข้างหลังสลับทับซ้อนกันไปมาด้วยการไหลลื่นของเสียงทำให้เกิดการไพเราะในท่วงทำนองขึ้นมาได้
แนวทางของการวางใส่คอร์ดและแนวทางของท่วงทำนองอาจเกิดขึ้นมาได้ในเวลาเดียวกันหรือเกิดขึ้นมาได้อย่างพร้อมๆกันแล้วถูกทับซ้อนขึ้นทันทีอย่างฉับพลันซึ่งผู้แต่งสามารถมองเห็นลักษณะที่เกิดขึ้นเป็นเช่นนี้ได้ดีและสามารถคลี่คลายคัดแยกสิ่งที่ทับซ้อนให้ออกจากกันด้วยวิธีการที่ผู้แต่งใช้ให้เกิดการมีพื้นที่ในการขับเคลื่อนของความรู้สึกให้เกิดการเป็นไปด้วยแนวทางการเดินไปข้างหน้าและการเดินถอยหลัง การคัดแยกคลี่คลายออกและการรวมเข้าด้วยกันกลมกลืนกันสัมพันธ์กันจะเกิดขึ้นให้วนเวียนอยู่เช่นนี้กับผู้แต่งเพลงเสมอไป
การเดินเป็นวงกลม
การเดินเป็นวงกลมของผู้แต่งย่อมเป็นไปจากจุดเริ่มต้นที่ได้แต่งเพลงจากประโยคแรกจนจบครบหนึ่งท่อนคือให้มองในวิถีทางการเดินของคอร์ดหรือการวางใส่คอร์ดนั่นเอง
การวางใส่คอร์ดเริ่มตั้งแต่แต่งประโยคแรกไปจนจบครบหนึ่งท่อนพอถึงท่อนที่สองผู้แต่งก็จะยกโครงสร้างของการวางคอร์ดในท่อนที่หนึ่งทั้งหมดมาใช้เป็นท่อนที่สองจึงเรียกวิธีนี้ว่า การเดินเป็นวงกลม
คือสิ่งที่ทำไปข้างหน้าหรือสิ่งที่เดินไปข้างหน้าแล้วกลับมายังจุดเริ่มต้นใหม่และให้เดินไปใหม่ด้วยการบังคับความรู้สึกของผู้แต่งให้ยินยอมด้วยการยอมรับอย่างเจตนาสมัครใจโดยที่จะปฏิเสธต่อสิ่งนี้มิได้คือการเดินเป็นวงกลม
ซึ่งผู้แต่งจะทำอยู่เช่นนี้อย่างที่มิรู้จักให้เกิดคำว่าเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งซ้ำๆเหมือนกันทุกเพลงที่ผู้แต่งต้องเดินเป็นวงกลมอยู่เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ
ผู้แต่งจะมีวิธีการเดินให้เป็นวงกลมได้อย่างไม่เหมือนใครแต่จะเกิดขึ้นได้เป็นเอกลักษณ์ในการเดินเป็นวงกลมที่เป็นวิถีทางตามแต่ท่วงท่าที่ถนัดให้เกิดเป็นการที่คุ้นเคยเป็นสิ่งที่สัมผัสรู้สึกได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการเดินเป็นวงกลมนี้มาจากผู้แต่งซึ่งอาจได้บ่งบอกถึงคุณลักษณะของความมีประสบการณ์ความมีสิ่งที่เชี่ยวชาญชำนาญในการเดินให้เกิดการไหลลื่นที่สวยงามเป็นสิ่งที่ควรแก่การรับฟัง
การเดินเป็นวงกลมของผู้แต่งครั้งแล้วครั้งเล่าจะสะท้อนออกมาให้เกิดเป็นสิ่งสร้างสรรค์ได้อย่างไม่ซ้ำรูปแบบเดิมคือเพลงที่ผู้แต่งแต่งครบเสร็จสมบูรณ์แล้ว
การเดินเป็นวงกลมครั้งต่อไปก็จะเกิดขึ้นในรูปลักษณะที่เป็นวิถีแนวทางใหม่เป็นรูปแบบใหม่ซึ่งจะไม่ซ้ำกับรูปแบบเดิมนั่นเอง
การเดินไปข้างหน้าการเดินถอยหลังและการเดินเป็นวงกลมจำต้องเกิดขึ้นกับผู้แต่งทุกครั้งให้ได้ตรึกติดเกิดมีอยู่ภายในตัวของผู้แต่งให้ได้ใช้ออกมาสร้างสรรค์ออกมาให้เกิดเป็นรูปธรรมอาจจะเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่สัมผัสได้ทางความรู้สึกในโสตประสาทด้วยการได้ยินหรือสัมผัสได้ด้วยการมองเห็นที่ได้มีการจดบันทึกไว้เพื่อแก้กันลืมของผู้แต่งเอง รูปแบบของการเดินเป็นวงกลมจะเกิดขึ้นเป็นแนวทางที่ต้องเดินด้วยความรู้สึกของจิตใจ
เดินด้วยหลักคิด ในข้อมูลความรู้ เดินด้วยการหยั่งถึงในจังหวะและเวลา
เดินด้วยลักษณะที่เกิดเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างขึ้นมาจากผู้แต่งซึ่งมิใช่เป็นการแต่งเนื้อหาคำร้องแต่อย่างใด ผู้แต่งที่มีคุณลักษณะเช่นนี้อยู่ภายในตัวก็จะเป็นผู้ที่มองเห็นซึ่งวิธีที่ทำให้เกิดความกลมกลืนให้ได้เข้าสัมพันธ์กันด้วยเนื้อหาคำร้องได้อย่างโดยง่ายด้วยกรรมวิธีที่คัดสรรเนื้อหาข้อมูลเช่นใดให้เข้ากับแนวทางวิถีของการเดินไปข้างหน้า
การเดินถอยหลัง และการเดินเป็นวงกลมนั่นเอง
การขยายตัวออก เป็นการทำให้เกิดขึ้นใหม่จากสิ่งหนึ่งไปยังอีกสิ่งหนึ่งก็คือ
เพลงที่ผู้แต่งได้แต่งเสร็จสมบูรณ์แล้วและผู้แต่งก็กำลังจะแต่งเพลงขึ้นใหม่นั่นเองคือการขยายตัวออก การขยายตัวออกโดยธรรมชาติแล้วคือสิ่งที่ทำให้เกิดความเจริญขึ้นรุ่งเรืองขึ้น
เติบโตขึ้น ดีขึ้นออกมาจากสิ่งเดิม
การออกมาจากสิ่งเดิมโดยให้ผู้แต่งกำหนดเพดานความสามารถของผู้แต่งด้วยการใช้ความรู้สึกในการประเมินผลงานของผู้แต่งว่าอาจได้อยู่ในระดับใดและให้ผู้แต่งยึดเอาเพดานความสามารถของตนเองนี้ไว้เพื่อเป็นการขยายตัวออกทำในสิ่งต่อไปคือแต่งเพลงขึ้นมาใหม่หากผลงานในความสามารถของผู้แต่งที่แต่งเพลงขึ้นมาใหม่อยู่ในระดับเพดานที่มีความใกล้เคียงกันแล้วนั้นก็ย่อมถือว่าผู้แต่งได้รักษาระดับเพดานความสามารถของตนเองนี้ไว้ได้และผู้แต่งอาจได้ทำให้เกิดความมีดีได้ขึ้นมาด้วยแรงปรารถนาสร้างสรรค์ขยายตัวออกให้ดีขึ้นไปจากจุดต่ำแหน่งความสามารถเดิมที่เป็นอยู่
อาจเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาทางด้านฝีมือความสามารถของผู้แต่งให้ดีขึ้นทำให้เจริญขึ้นทำให้รุ่งเรืองขึ้นด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นเครื่องประกอบอยู่รอบกายให้ได้เกิดความรู้สึกที่จำต้องแข่งขันในความสามารถของตนเองจึงให้ผู้แต่งได้เกิดมีการฝึกฝนขึ้นมาอยู่ภายในตัวให้ได้ค้นคว้าเรียนรู้ให้เห็นในสิ่งที่สามารถนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา
การแข่งขันในความสามารถของตนเองหรือการแข่งขันกับผลงานของตนเองจากครั้งที่ผ่านมาถือว่าเป็นเรื่องสิ่งเดียวกันซึ่งผู้แต่งไม่ควรละเลยหรือมองข้ามในสิ่งนี้ไปได้
เพราะนั่นหมายถึงสิ่งที่จะพิสูจน์ความสามารถของผู้แต่งให้เกิดขึ้นเป็นที่ประจักษ์ว่าผู้แต่งเกิดมีความเปลี่ยนแปลงด้วยการสร้างสรรค์ทำให้ดีขึ้นสู่สิ่งจากเดิมและเป็นที่ยอมรับในความรู้สึกของผู้แต่งเองว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ด้วยการพัฒนาหมุนรอบตนเองให้ได้เกิดการเรียนรู้เกิดการมองเห็นเกิดแรงปรารถนาบันดาลสิ่งที่ต้องการให้ผู้แต่งได้ลงมือทำให้เกิดเป็นผลดั่งสมใจคิดอย่างพึงพอใจกับผลงานที่ขยายตัวออกทำขึ้นใหม่ไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น
การรักษาระดับความสามารถในทุกฝีก้าวจากการที่เคลื่อนไหวด้วยผลงานของผู้แต่งอาจจำต้องระวังเรื่องการทำให้เกิดความถดถอย
ความอ่อนล้า ความเบื่อหน่ายหมดแรงให้คิดค้นคว้าที่อาจกล่าวเรียกได้ว่าการหมดฝืนไฟในตัวของผู้แต่งไปโดยอย่างธรรมชาติของช่วงเวลาที่เกิดขึ้นซึ่งผู้แต่งอาจไม่สามารถทำให้สิ่งที่เป็นพลังปะทุแตกออกมาจากภายในตัวของผู้แต่งได้ บางทีก็ย่อมมีการเสริมแรงกระตุ้นให้เกิดมีพลังบางอย่างให้กลับมาด้วยแนววิธีให้เกิดการต่อสู้กับตนเองขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยการฝึกฝนหมุนรอบตนเองให้ได้เกิดการมองเห็นในความสามารถและรักษาให้ดำรงคงไว้ให้ได้ตรึกติดเกิดขึ้นอยู่ภายในตัวของผู้แต่งอย่างไม่มีวันอ่อนล้าและทำให้ดีขึ้นด้วยการขยายตัวออกทำให้เกิดการดีขึ้นใหม่ต่อไป
ความอิ่มใจในผลงาน
ความอิ่มใจที่เกิดขึ้นจากความสำเร็จด้วยการแต่งเพลงของผู้แต่งที่ทำให้เกิดความมีสุขใจที่มีขึ้นอยู่ภายในตัวของตนเองด้วยรอยยิ้มบางๆอย่างน่าภาคภูมิใจในความสามารถของผู้แต่งเองซึ่งไม่เคยได้คาดคิดไว้ว่าความรู้สึกที่สุขเช่นนี้จะเกิดขึ้นให้เป็นรางวัลกับผู้แต่งทุกครั้งหลังจากได้แต่งเพลงเสร็จสมบูรณ์
ความกระหยิ่มอิ่มใจที่เกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มบางๆได้เกิดขึ้นให้ตรึกติดเป็นนิสัยทุกครั้งและครั้งแล้วครั้งเล่าที่ได้สะสมเพิ่มพูนความสุขให้ได้สัมผัสถึงกลิ่นอายที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเองด้วยรอยยิ้มในความน่าภาคภูมิใจเมื่อยามได้นึกถึงผลงานของผู้แต่งในครั้งที่เสร็จสิ้นที่ผ่านมา
ความหอมหวนจากสิ่งที่ทำให้สดชื่นเป็นสุขใจที่ผู้แต่งได้เฝ้าชื่นชมในผลงานด้วยความเป็นสุขอยู่เช่นนี้อาจได้เลือนรางเบาบางจางหายไปในไม่ช้าอาจทำให้บางครั้งในความรู้สึกของผู้แต่งได้หลงใหลอยู่ในห้วงภวังค์ที่ทำให้เกิดเป็นสิ่งที่สุขใจเช่นนี้ตลบอบอวลอยู่ในความรู้สึกของผู้แต่งที่เกิดขึ้นอยู่ภายในตัวของตนเองทุกครั้งเหมือนเป็นสิ่งอัศจรรย์ทำให้เกิดขึ้นเหมือนเป็นความฝันซึ่งมอบให้ได้รับเป็นรางวัลและเกิดสิ่งที่ทำให้สุขใจอย่างน่างุนงงชวนให้สงสัยได้อย่างแปลกตาแปลกใจ หากผู้แต่งแต่งเพลงเสร็จหนึ่งครั้งความกระหยิ่มอิ่มใจในผลงานก็จะเกิดขึ้นให้ได้เป็นสุขใจหนึ่งครั้งเช่นกัน
หากผู้แต่งได้แต่งเพลงเสร็จอีกหนึ่งครั้งความกระหยิ่มอิ่มใจในผลงานก็จะเกิดขึ้นให้ได้เป็นสุขใจขึ้นอีกหนึ่งครั้งต่อไป
หากผู้แต่งแต่งได้ครบถึงห้าเพลงสิ่งที่เป็นสุขเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นกับผู้แต่งห้าครั้ง
หากผู้แต่งได้แต่งครบถึงสิบเพลงสิ่งที่เป็นสุขเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นกับผู้แต่งสิบครั้งเช่นกัน
เพราะเช่นนั้นผู้แต่งที่แต่งเพลงขึ้นมามากๆก็จะได้รับในสิ่งที่ทำให้เกิดเป็นสุขใจได้มากเช่นกันเลยทีเดียว
ดังนั้นผู้แต่งเพลงจะเป็นผู้ที่สัมผัสและได้รับในสิ่งที่หาค่ามิได้ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ภายในตัวของผู้แต่งเองที่มีความอิ่มใจในผลงาน ผู้แต่งจะมีวิถีการใช้ชีวิตและจะมีสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจให้เกิดความอิ่มเอมกระหยิ่มอิ่มใจเป็นเหมือนดั่งฟืนที่เติมความสุขสุมเข้าไปให้เกิดเป็นไฟในร่างกายกับตัวของผู้แต่งเองอาจได้เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเช่นนี้ว่า การเสพสิ่งมาจากแนวคิดตั้งขึ้นเป็นอุดมการณ์หรือการกินอุดมการณ์ในความคิดแห่งสติปัญญาของตัวตนที่สะท้อนส่งผลให้ได้รับอย่างน่าภาคภูมิใจในผลงานที่ทำให้เกิดเป็นสุขใจอย่างไม่เคยได้คาดคิดไว้ว่าจะได้รับในสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นกับตัวของผู้แต่งเอง
ผู้แต่งอาจจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างเรียบง่ายให้เป็นสุขด้วยการทำงานเป็นผู้แต่งเพลงที่ไม่ได้ไขว่คว้าหาโอกาสให้ผลงานเพลงที่ถูกแต่งขึ้นเป็นธุรกิจใดๆเพื่อให้เกิดมีรายได้มาหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้แต่งให้ได้ดำรงอยู่หรือไม่ได้ทำเพื่อเป็นเครื่องเลี้ยงชีพนั่นเอง รอยยิ้มบนใบหน้ากับแนวความคิดได้เก็บไว้ซึ่งมีวิธีให้ได้ใช้เกิดขึ้นออกมาด้วยความสร้างสรรค์ซึ่งผู้แต่งเองได้สร้างตั้งขึ้นไว้เพื่อให้ได้อยู่ภายในใจอยู่ภายในแนวความคิดซึ่งอาจได้นำมาใช้ให้เกิดขึ้นเป็นกลิ่นหอมเพียงแค่คิดนึกถึงก็สามารถทำให้เกิดความเป็นสุขที่ผู้แต่งพร้อมจะแต่งเพลงได้ทุกเวลาอาจเปรียบได้เหมือนดั่งการมีปืนใหญ่ที่เก็บไว้อยู่ในใจและพร้อมที่จะนำเอาออกมาใช้ได้ทุกเวลาเพียงแค่นึกถึงก็ทำให้ได้เป็นสุขด้วยรอยยิ้มบางๆอย่างกระหยิ่มอิ่มใจ
ปัญญาอันเป็นทรัพย์
ความเป็นปัญญาด้วยกระบวนการกรรมวิธีการผลิตทุกขั้นตอนต่อหนึ่งบทเพลงที่แต่งขึ้นย่อมมีความละเอียดอ่อนด้วยการกลั่นกรองทางแนวความคิดคือการได้ใช้ความคิดสร้างทำให้เกิดเป็นผลงานด้วยความรอบคอบและรัดกุมพิถีพิถันให้ได้ซึ่งความสวยงามคือสิ่งอันเป็นความไพเราะที่น่าพึงพอใจให้เหมาะแก่การรับฟังสิ่งที่ผูกพันเกี่ยวเนื่องกันที่ให้ได้มาซึ่งอันเป็นทรัพย์เป็นเงินทองนั่นก็คือการนำเอาผลงานเข้าไปสู่ธุรกิจการค้าทางด้านการบันเทิงทางเสียงเพลงและดนตรีซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มของผู้ฟังอย่างมิเสื่อมคลายอยู่ในทุกยุคทุกสมัยอาจได้มีการเปลี่ยนแปลงให้เกิดการพัฒนาทางด้านผลงานให้ดีขึ้นต่อไปข้างหน้าในสิ่งที่ควรจะเป็นแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป
ค่อยๆประสบความสำเร็จ ค่อยๆเติบโต ด้วยไหวพริบและสติปัญญาทำให้เกิดสิ่งที่สูงสุดคือเป้าหมายก่อให้เกิดผลกำไรอันเป็นทรัพย์สินเงินทองได้อย่างคุ้มค่า
สิ่งที่เป็นปัญญาจึงเป็นเหตุแห่งที่มาของการนำไปสู่การมีเงินทองและการสร้างสรรค์ผลงานโดยการใช้ปัญญาไปสู่วิถีทางของการขบคิดเพื่อให้ได้เกิดสิ่งแปลกใหม่ซึ่งเป็นที่รู้จักและเข้าใจกันดีว่าเป็นสิ่งที่นำไปสู่ความสำเร็จเป็นที่นิยมของในหมู่คนจำนวนมากที่ต้องการนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นคือการภิวัฒน์พัฒนาซึ่งได้มีการแข่งขันทางด้านการใช้สติปัญญาเป็นสิ่งที่กำหนดให้เป็นไปและจะไปถึงได้ดีสำเร็จเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับความสามารถทางสติปัญญาที่จะให้ผลลัพธ์นั้นออกมาเป็นเงินเป็นทองเป็นทรัพย์สินให้ได้สัมผัสชื่นชมและครอบครองเป็นเจ้าของ สิ่งที่ผู้แต่งต้องใช้ปัญญาเพื่อในการแข่งขันผลงานเข้าสู่เชิงธุรกิจโดยผู้แต่งได้มีการแข่งขันในผลงานของตนเองนั้นดีอยู่แล้วความพัฒนาทางด้านความสามารถก็ยังถูกใช้ขับเคลื่อนอยู่กับผลงานตลอดเวลานั่นคือสิ่งที่ได้เป็นพื้นฐานด้วยการใช้ปัญญาวิวัฒนาการให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นไปสู่ผลงานที่ดีขึ้นอย่างมีความให้เกิดมั่นใจว่าการแข่งขันกับตนเองโดยใช้ปัญญากระทำให้เกิดขึ้นจนคุ้นเคยได้เชี่ยวชาญชินชำนาญต่อไป
แต่ถ้าผู้แต่งได้ใช้สติปัญญาแข่งขันทางด้านผลงานโดยมีคู่แข่งคู่ต่อสู้แล้ว การช่วงชิงไหวพริบโดยใช้สติปัญญาที่เกิดจากการปิ๊งไอเดียได้อย่างคล่องแคล่วและเกิดความชำนาญได้ดีกว่านั้นก็ย่อมหมายความว่านำไปสู่สิ่งที่ได้เปรียบด้วยเวลาและโอกาสซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถในกระบวนการของการใช้สติปัญญาต่อไปจนกว่าจะเป็นที่ยอมรับกันด้วยความรู้สึกว่าคือสิ่งที่พัฒนาเกิดความวิวัฒนาการทางด้านผลงานอย่างสำเร็จครบสมบูรณ์นั่นย่อมเป็นสิ่งที่ผู้แต่งใช้สติปัญญาสามารถทำได้อย่างโดยไม่เกิดการติดขัดให้ได้รับผลเป็นรางวัลด้วยทรัพย์สินเงินทองตามไหลมาเทมาอย่างคุ้มค่าให้น่าภาคภูมิใจ ความมีปัญญามีวิชามีความสามารถซึ่งจำต้องให้ได้ต่อสู้กับตนเองซึ่งมิใช่ไปสู่ในเชิงธุรกิจแต่อย่างใด
ในเมื่อมีวิชามีความสามารถมีสติปัญญาและความสวยงามในภายภาคหน้าที่บ่งบอกถึงความเป็นเงินทองความเป็นทรัพย์ซึ่งมีเป็นอยู่ในอนาคตที่ยังรอและเปิดโอกาสให้ได้ไขว่คว้าและตักตวงอย่างไม่มีวันหมดให้สำหรับผู้มีสติปัญญาที่ได้เข้าถึงด้วยเวลาและจังหวะแห่งการหยั่งถึงในความละเอียดอ่อนซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าจะรีบร้อนไม่ได้
ดังนั้นแล้วผู้แต่งที่มีปัญญามีวิชามีความสามารถย่อมเป็นที่มีทรัพย์มีเงินทองให้ได้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีพเอาตัวรอดเพียงเพื่อได้รู้ว่าสิ่งใดที่ผู้แต่งเลือกทำเป็นอาชีพและสิ่งใดที่ผู้แต่งเลือกทำเพื่อให้เกิดความสุขที่ไม่ต้องการสิ่งที่เป็นทรัพย์สินเงินทอง โดยธรรมชาติแล้วการทำงานใดๆที่เกิดขึ้นเป็นผลงานขึ้นแล้วก็ย่อมมีสิ่งที่ตอบแทนให้เป็นรางวัลคือจำนวนเงินที่นับได้อาจจะได้มากหรือน้อยนั่นก็ย่อมหมายถึงเป็นสิ่งที่ควรจะได้รับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่จะมีซึ่งบางคนที่มีจิตใจเกิดอาสาคิดเป็นเพื่อการกุศลเพียงเพื่อให้ได้มีโอกาสมีพื้นที่ให้ได้ใช้เป็นการแสดงความสามารถนำสิ่งที่มีอยู่ในตัวตน
ด้วยสติปัญญาอันเป็นวิชาทำให้เกิดเป็นผลงานขึ้นมาอย่างไม่มีข้อเรียกร้องขอเป็นรางวัลคือสิ่งอันเป็นทรัพย์เป็นเงินทองแต่อย่างใด
แต่ทำขึ้นเพียงเพื่อให้เป็นที่ได้เห็นได้รู้ได้ยินได้ฟังต่อสายตาผู้คนจำนวนมากย่อมถือเป็นสิ่งที่มีราคาอันเป็นทรัพย์หาค่ามิได้ซึ่งทำให้เกิดสิ่งที่มีความสุขเกิดขึ้นอยู่ในใจอันเป็นอุดมคติแห่งตนนั่นเอง
อารมณ์อันเป็นทรัพย์
สิ่งที่เป็นอารมณ์หาได้ให้เกิดซึ่งนำมาใช้เพื่อสอดแทรกเข้าผสมผสานในการแต่งเพลง การปรับอารมณ์ให้เกิดซึ่งความรู้สึกอย่างไหลลื่นไม่ติดขัดต่อสภาวะเวลาที่ได้เข้ามาถึงให้สัมผัสในทุกๆคำทุกประโยคของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการแต่งเพลงที่ผู้แต่งต้องคอยควบคุมอารมณ์ให้เกิดความแนบนิ่งอันเป็นสมาธิคือควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระบบแห่งการมีสมาธิภายใต้พื้นฐานของการใช้สติปัญญา
หากผู้แต่งใช้อารมณ์ที่มีความละเอียดอ่อนย่อมส่งผลให้สติปัญญาเข้าถึงเหตุผลที่มีความละเอียดลุ่มลึกได้ดีเป็นผู้เห็นเหตุผลเพื่อให้ได้นำมาซึ่งข้อมูลเลือกใช้เป็นการแต่งเพลงได้อย่างมากมาย สิ่งที่บ่งบอกให้เห็นถึงอารมณ์ที่ทำให้เกิดความเป็นทรัพย์เป็นสิ่งที่เกื้อหนุนให้เกิดปัญญาคือสิ่งที่ทำให้เกิดการส่งเสริมไปสู่อีกระบบในกระบวนการหนึ่งของสติปัญญาสู่ความเป็นรูปธรรมให้ได้เกิดเป็นผลงานที่เรียกว่าเกิดจากปัญญาอันเป็นทรัพย์ที่มีอารมณ์เป็นสิ่งพื้นฐานเกิดเป็นการแปรรับปรับได้อย่างกลมกลืนสัมพันธ์กัน
ผู้แต่งที่รู้สึกได้ถึงอารมณ์ของตนเองและเป็นผู้ตัดสินใจได้ว่าอารมณ์ชนิดใดหรืออารมณ์ประเภทใดที่ทำให้เกิดการมีจุดขายซึ่งนำมาสู่สิ่งที่ดียิ่งขึ้น
และเมื่อได้รู้จักอารมณ์ที่เป็นจุดขายของตนเองได้ดีแล้วผู้แต่งจะรู้สึกได้ว่าอารมณ์ชนิดนี้ที่ผู้แต่งได้นำมาใช้หรือให้ได้เกิดขึ้นมีอยู่ในตัวตนขณะทำการแต่งเพลงอยู่นี้ผู้แต่งอาจได้เห็นความหมายเห็นความมีคุณค่าของอารมณ์ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยที่จะนำมาให้ได้เกิดความเป็นทรัพย์เป็นเงินทองต่อไปในภายภาคหน้าซึ่งจะเรียกได้ว่าอารมณ์อันเป็นทรัพย์ที่มีอยู่ในตัวตนของผู้แต่งหากได้นำมาเป็นจุดขายในทุกขณะทุกเวลาก็จะเกิดเป็นผลดีต่อความรู้สึกที่ผู้คนรอบๆข้างได้รับอย่างรู้สึกว่ามีคุณหาค่ามิได้
ทัศนะอันเป็นทรัพย์ ผู้แต่งอาจได้หยิบยกเรื่องสิ่งใดอย่างหนึ่งเพื่อแสดงทัศนะให้เกิดขึ้นอยู่ในใจให้ได้มาซึ่งอันเป็นประโยชน์แห่งวิถีทางให้เลือกนำมาใช้เป็นสิ่งข้อมูลของการแต่งเพลง
ทัศนะที่สะท้อนถึงความเป็นประโยชน์ซึ่งผู้แต่งสามารถย่อมรู้เองได้และเป็นผู้คัดแยกเลือกนำเอามาใช้ได้เองว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำให้เกิดคารมเป็นที่น่าสนใจและกระทำขยายแต่งเติมข้อมูลให้เกิดเป็นในรูปของผลงานเป็นบทเพลงขึ้นมาซึ่งอาจจะเรียกสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นเป็นวัตถุดิบที่เกิดจากทัศนะ
เมื่อผู้แต่งสามารถมีวัตถุดิบที่เกิดขึ้นจากทัศนะได้อย่างเป็นจำนวนมากๆก็ย่อมมีความง่ายต่อการนำวัตถุดิบหรือข้อมูลแสดงเหตุด้วยการขยายแต่งเติมให้เกิดเป็นบทเพลงขึ้นเป็นผลงานขึ้นและเข้าสู่ความสำเร็จต่อไปในภายภาคหน้านำมาซึ่งความเป็นทรัพย์เป็นเงินทองต่อไป
ทัศนะที่ให้ความหมายเป็นบวกโดยส่วนมากจะเป็นทัศนะที่มีความหมายในเชิงสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการมีค่าจากจุดเล็กๆที่ยังไม่ได้เกิดการเข้าสู่กรรมวิธีขั้นตอนของขบวนการผลิตแต่งเพลง
ในความหลากหลายทางทัศนะที่อยู่ในกลุ่มของการมีกลิ่นหอมมีกลิ่นอายของความมีประโยชน์ซึ่งอาจได้ถูกคัดสรรเลือกนำเอามาใช้และใช้ให้เกิดความมีคุณค่าให้ได้คุณประโยชน์ต่อไป บางทีการแสดงทัศนะของผู้แต่งจะเป็นการนำเสนอที่ได้แสดงออกให้ได้รู้มีเพียงแค่ผู้แต่งคนเดียวและทัศนะที่ถูกแสดงออกมาก็จะถูกการเก็บข้อมูลด้วยการจดบันทึกเป็นข้อความประโยคสั้นๆอาจจะมีได้หลายเรื่องราวที่ได้ถูกบันทึกไว้จากผู้แต่ง
หากวันใดผู้แต่งได้อยากแต่งเพลงก็สามารถเลือกหยิบใช้หัวข้อประโยคสั้นๆที่ได้บันทึกไว้เข้าสู่กรรมวิธีขบวนการผลิตแต่งเพลงได้ทันที สิ่งที่ทำให้เกิดอันเป็นทรัพย์ที่มีอยู่ในตัวของผู้แต่งอาจได้รู้จักกันในเรื่องของปัญญา
เรื่องของทัศนะ เรื่องของจินตนาการ เรื่องของอารมณ์ เรื่องของจิตใจ เรื่องของการใช้ภาษา
เรื่องของการใช้คำพูด หรือการใช้เสียง และสิ่งทั้งหลายเหล่านี้คือการนำมาใช้ให้เกิดขึ้นเป็นประโยชน์ในเชิงธุรกิจคือวัตถุดิบด้วยการปรุงแต่งแปรรูปเป็นบทเพลงที่เกิดขึ้นจากผู้แต่งซึ่งถือได้ว่าความมีประโยชน์ความมีคุณค่าเหมือนดั่งผู้แต่งดำรงซึ่งคงไว้เช่นขุมทรัพย์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นอยู่ภายในตัวตนของผู้แต่งเองซึ่งอาจจะทำให้รู้สึกได้ว่าตัวผู้แต่งนี้นับค่ามีราคาหามิได้

